ประเพณีชักพระบาท หรือที่เรียกอย่างเป็นทางการว่า ประเพณีแห่รอยพระพุทธบาทผ้าและชักเย่อเกวียนพระบาท เป็นประเพณีพื้นบ้านสำคัญของ ภาคตะวันออก โดยเฉพาะชุมชนตำบลตะปอน อำเภอขลุง จังหวัดจันทบุรี ซึ่งสืบทอดต่อกันมายาวนานกว่า 100 ปี
ประเพณีนี้จัดขึ้นในช่วงเทศกาลสงกรานต์ และผสมผสานทั้งพิธีกรรมทางพระพุทธศาสนา ความเชื่อของชุมชน และการละเล่นพื้นบ้านเข้าด้วยกัน
ไฮไลต์สำคัญคือการนำ ผ้าพระบาท ประดิษฐานบนเกวียน แล้วให้ชาวบ้านร่วมกันชักเย่อเกวียนพระบาท ซึ่งเป็นกิจกรรมที่สะท้อนถึงความศรัทธา ความสามัคคี และวิถีชีวิตของชาวจันทบุรีได้อย่างชัดเจน
ความเป็นมาของประเพณีชักพระบาท

อ้างอิง: winnews
ประเพณีชักเย่อเกวียนพระบาทของชาวตะปอนมีประวัติสืบทอดมายาวนานกว่า 100 ปี โดยมีความเกี่ยวข้องกับ ผ้าพระบาท ซึ่งเป็นผืนผ้าที่จัดทำเป็นรูปคล้ายรอยพระพุทธบาทและใช้เป็นสิ่งสักการะของชุมชน
ตามเรื่องเล่าที่สืบทอดกันมา ในอดีตชุมชนเคยประสบกับโรคระบาดและมีผู้คนเจ็บป่วยล้มตายเป็นจำนวนมาก พระภิกษุในชุมชนจึงแนะนำให้นำผ้าพระบาทออกแห่รอบหมู่บ้าน พร้อมตีกลองและฆ้อง เพื่อสร้างขวัญกำลังใจและเป็นสิริมงคลแก่ชาวบ้าน หลังจากสถานการณ์คลี่คลาย ชาวบ้านจึงเกิดความศรัทธาต่อผ้าพระบาทและสืบทอดพิธีแห่มาจนถึงปัจจุบัน
เมื่อผ้าพระบาทมีเพียงผืนเดียว แต่แต่ละชุมชนต้องการอัญเชิญไปประกอบพิธี จึงเกิดการชักเย่อเกวียนขึ้น โดยให้แต่ละฝ่ายออกแรงดึงเกวียนพระบาทเข้าหาฝั่งของตน กลายเป็นการละเล่นพื้นบ้านที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
ความเชื่อเกี่ยวกับรอยพระพุทธบาท
ผ้าพระบาทถือเป็นองค์ประกอบสำคัญของประเพณี โดยชาวบ้านให้ความเคารพและเชื่อมโยงกับความเป็นสิริมงคล การนำผ้าพระบาทออกแห่ไปตามชุมชนจึงไม่ได้เป็นเพียงขบวนแห่เพื่อความสนุกสนาน แต่ยังเป็นกิจกรรมที่สะท้อนความศรัทธาทางพระพุทธศาสนา
การอัญเชิญผ้าพระบาทไปตามวัดและชุมชนยังเปิดโอกาสให้ประชาชนได้สักการะและร่วมทำบุญในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่สมาชิกในครอบครัวและคนในชุมชนกลับมาพบปะกัน
ประเพณีชักพระบาทจัดขึ้นเมื่อไร?

อ้างอิง: ไทยรัฐ
ประเพณีชักเย่อเกวียนพระบาทจัดขึ้นในช่วง เทศกาลสงกรานต์ เดือนเมษายนของทุกปี
โดยในวันที่ 14 เมษายน จะมีพิธีอัญเชิญรอยพระบาทผ้าจากวัดตะปอนน้อยขึ้นประดิษฐานบนเกวียน ก่อนแห่ไปรอบพื้นที่ตำบลตะปอน เพื่อให้ประชาชนได้ร่วมสักการะและความเป็นสิริมงคล
หลังจากนั้น ผ้าพระบาทจะถูกอัญเชิญไปประกอบพิธีและทำบุญตามวัดต่าง ๆ ในชุมชนตลอดช่วงเทศกาลสงกรานต์
สถานที่จัดประเพณีชักพระบาท
พื้นที่สำคัญของประเพณีอยู่ใน ตำบลตะปอน อำเภอขลุง จังหวัดจันทบุรี โดยมีสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรม ได้แก่
- วัดตะปอนน้อย เป็นสถานที่สำคัญในการอัญเชิญรอยพระบาทผ้าขึ้นสู่เกวียน
- วัดตะปอนใหญ่ เป็นพื้นที่จัดกิจกรรมและการแข่งขันชักเย่อเกวียนพระบาท
- วัดเกวียนหัก เป็นอีกหนึ่งวัดที่เกี่ยวข้องกับการจัดงานตามกำหนดการของชุมชน
ข้อมูลจากแผนพัฒนาท้องถิ่นของจังหวัดจันทบุรีระบุประเพณีแห่รอยพระพุทธบาทผ้าและชักเย่อเกวียนพระบาทไว้เป็นประเพณีสำคัญของพื้นที่ตำบลตะปอน โดยจัดขึ้นในเดือนเมษายนของทุกปี
กิจกรรมสำคัญในงานชักพระบาท
ประเพณีไม่ได้มีเพียงการแข่งขันชักเย่อเท่านั้น แต่ประกอบด้วยกิจกรรมทางศาสนาและวัฒนธรรมหลายรูปแบบ
พิธีอัญเชิญรอยพระพุทธบาทผ้า
เริ่มต้นด้วยการอัญเชิญผ้าพระบาทจากวัดตะปอนน้อยขึ้นประดิษฐานบนเกวียนที่ตกแต่งอย่างสวยงาม จากนั้นจึงแห่ไปรอบชุมชน เพื่อให้ประชาชนได้สักการะ
ขบวนแห่เกวียนพระบาท
ขบวนเกวียนพระบาทเป็นส่วนสำคัญของงาน โดยมีประชาชนในชุมชนเข้าร่วมขบวน พร้อมด้วยกิจกรรมทางวัฒนธรรมและการทำบุญ สร้างบรรยากาศของเทศกาลสงกรานต์ให้มีความคึกคัก
การแข่งขันชักเย่อเกวียนพระบาท
นี่คือกิจกรรมที่เป็นเอกลักษณ์ของประเพณี โดยนำเชือกผูกเข้ากับเกวียนพระบาททั้งด้านหน้าและด้านหลัง แล้วแบ่งผู้เข้าร่วมออกเป็นสองฝ่าย แต่ละฝ่ายจะช่วยกันออกแรงดึงเกวียนให้เคลื่อนเข้าสู่เขตของตน
แม้จะมีลักษณะคล้ายการแข่งขันกีฬา แต่จุดประสงค์สำคัญคือการสร้างความสนุกสนานและ ความสามัคคีของคนในชุมชน
ทำบุญและถวายภัตตาหาร
ภายในงานมีพิธีทางพระพุทธศาสนา เช่น การทำบุญตักบาตรและถวายภัตตาหารแด่พระสงฆ์ เพื่อให้ประชาชนได้ร่วมสร้างบุญในช่วงเทศกาลสงกรานต์
รดน้ำขอพรผู้ใหญ่
เช่นเดียวกับประเพณีสงกรานต์ในหลายพื้นที่ การรดน้ำขอพรผู้ใหญ่เป็นกิจกรรมที่แสดงถึงความเคารพต่อผู้สูงอายุ และเป็นโอกาสให้สมาชิกในชุมชนได้พบปะและสานสัมพันธ์กัน
การก่อเจดีย์ทราย
อีกหนึ่งกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับงานสงกรานต์คือการก่อกองหรือเจดีย์ทราย ซึ่งเป็นกิจกรรมทางวัฒนธรรมที่สะท้อนวิถีปฏิบัติของชุมชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์
สรุปส่งท้าย
ประเพณีชักพระบาท เป็นประเพณีที่สะท้อนความศรัทธาในพระพุทธศาสนาและความผูกพันของผู้คนในชุมชน โดยมีเรื่องราวเกี่ยวข้องกับความเชื่อเรื่องรอยพระพุทธบาท การทำบุญ และการประกอบพิธีกรรมทางศาสนา
นอกจากคุณค่าด้านศาสนาแล้ว งานยังมีบทบาทในการอนุรักษ์วัฒนธรรม สร้างความสามัคคี และสนับสนุนกิจกรรมของชุมชน การสืบทอดประเพณีจากรุ่นสู่รุ่นจึงเป็นส่วนสำคัญในการรักษาเอกลักษณ์และมรดกทางวัฒนธรรมของไทยให้คงอยู่ต่อไป



